เพิ่มช่องทางการชำระเงินด้วยคริปโตฯ อาทิ Bitcoin, Ethereum ให้กับธุรกิจของคุณ

ปัจจุบัน Cryptocurrency เป็นระบบนิเวศที่กำลังเติบโตและในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้ใช้ Bitcoin และธุรกรรมของมันเติบโตขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 60% ต่อปี

ในขณะเดียวกันในการสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดย eToro ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากว่า 40% ของ “ชาว Gen Zer ที่เป็น Trader ออนไลน์ ” ดูเหมือนจะ “ไม่ค่อยเชื่อ” ในประสิทธิภาพของตลาดหุ้นแบบเดิม เมื่อเทียบกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

  • เกือบครึ่งหนึ่งของนักลงทุนชาว Gen Zer มีความไว้วางใจในการแลกเปลี่ยน crypto มากกว่าตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกา

เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันและในอนาคตข้างหน้าสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นที่นิยมและถูกหันมาหยิบใช้ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น

เทคนิคเพิ่มช่องทางการชำระ = เพิ่มรายรับ

การเปิดใช้บริการกับ ClassePay ไม่ได้ยุ่งยากเลย ด้วยวิธีที่สะดวกสบายในการแลกเปลี่ยนจาก Cryptocurrency เป็นสกุลเงิน fiat ผ่านเราโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเองแต่อย่างใด เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ClaasePay เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านค้าของคุณได้แล้ว
ClassePay คืออะไร? อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

หลาย ๆ ร้านมักจะเสียโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ด้วยเหตุผลที่น่าเสียดายมาก ๆ คือ ลูกค้าบางคนชอบสินค้า อยากซื้อมาก ๆ แต่ไม่ได้พกเงินสดมา บางคนก็รู้สึกขี้เกียจไปกดเงิน คุณรู้ไหมว่าการตัดสินใจซื้อสินค้าของมนุษย์เรานั้น แค่เสี้ยววินาทีเดียวก็เปลี่ยนใจกันได้ ดังนั้นการมีช่องทางการจ่ายเงินให้กับธุรกิจของเราหลาย ๆ ช่องทางเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้านั้น เป็นเรื่องที่สำคัญในการค้าขายเป็นอย่างมาก

ติดต่อเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com


ชำระเงินออนไลน์ด้วย Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลที่นี่ที่เดียว

เนื่องจากปัจจุบันนี้โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยี

Bitcoin หรือที่เรียกกันว่าเงินดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น สังเกตได้ว่ามีร้านค้าต่างๆ เริ่มหันมารองรับการชำระเงินด้วย Cryptocurrency กันเรื่อยๆ แล้ว เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

“สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency)” เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินใหม่ที่สร้างขึ้นจากกลไกคณิตศาสตร์ที่กำหนดจำนวนไว้อย่างจำกัด ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ถอดรหัสเพื่อนำเงินออกจากกลไก

สกุลเงินใหม่นี้สร้างขึ้นเพื่อลดการรวมศูนย์ของระบบการชำระเงินผ่านทางสถาบันการเงินอย่างธนาคารให้สามารถกระจายไปยังผู้ใช้ในเครือข่ายสกุลเงินนั้นๆ ได้ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) ติดตามการเคลื่อนไหวของเงิน แม้จะไม่มีตัวกลาง แต่สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ด้วย การชำระ/โอนเงินจึงอยู่แค่ภายในเครือข่าย ซึ่งมีข้อดีที่รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และปลอดภัย

ทำไมสกุลเงินดิจิทัลจึงเริ่มเป็นที่สนใจ?

ความนิยมใช้คริปโตเคอเรนซี่อาจเห็นได้ชัดในประเทศที่คนไม่ค่อยเชื่อถือในเงินสกุลท้องถิ่นและไม่มั่นใจในเสถียรภาพระบบการเงินในประเทศ เช่น ประเทศเวเนซุเอลาที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ เผชิญกับเงินเฟ้อสูงมากเกือบ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ในปี 2561

และในช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมาราคาบิทคอยน์พุ่งแตะ 1 ล้านบาท ทำให้ผู้คนส่วนมากให้ความสนใจเนื่องจากบิทคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวภายในไม่กี่ปี

การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย

ปัจจุบันการใช้คริปโตเคอเรนซี่ในไทยเพื่อทำธุรกรรมในการชำระเงินยังมีจำกัด แต่จะสังเกตได้ว่าเริ่มมีร้านค้าที่เริ่มต้นรับชำระเป็นสกุลเงินดิจิทัลกันมากขึ้นในไทย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างระบบการชำระเงินด้วย Cryptocurrency อย่าง Classepay เข้ามาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการชำระเงิน โดยใช้เหรียญ Classe (CAS) ในโลกยุคดิจิทัลอีกด้วย

Classepay คืออะไร? รู้จักเรามากขึ้นได้ที่นี่

ติดตามเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com


Stake คืออะไร? ถือเหรียญไว้เฉยๆ ก็ได้ดอกเบี้ย

Staking คำคุ้นหูที่หลายๆ คนที่อยู่ในแวดวงของ cryptocurrency ต้องเคยได้ยินเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ระบบของเหรียญนั้นๆ สามารถพัฒนาต่อไปได้ อย่างมั่นคงเพราะมีคนคอยให้ความเชื่อมั่นในตัวเหรียญ แลกกับการได้ดอกเบี้ยตอบแทนเป็นเหรียญนั้นๆ กลับมา

Stake คืออะไร? อธิบายสั้นๆ ได้ดังนี้

คุณอาจมองว่า Staking เป็นทางเลือกที่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการขุด มันคือการถือเงินไว้ในกระเป๋าคริปโตฯ เพื่อสนับสนุนเครือข่ายบล็อกเชนในด้านความปลอดภัยและในด้านการทำงาน พูดง่ายๆ คือ Staking เป็นการล็อกเหรียญไว้เพื่อรับรางวัลหรือดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนนั่นเอง (แต่ละที่จะให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน)

Classepay คืออะไร?

ClassePay คือแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ด้วย Bitcoin และ Cryptocurrency บนมือถือด้วยวิธีที่สะดวกสบายในการแลกเปลี่ยนจาก Cryptocurrency เป็นสกุลเงิน fiat ผ่านเราโดยอัตโนมัติ

วิธีการ Staking บนแอปฯ Classepay

Staking เหรียญ Classe (CAS) ได้รับ 0.2% ต่อเดือน ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น Classepay

  1. เข้าไปที่หน้า wallets เลือก CAS

หากคุณต้องการเลือกช่องทางการชำระเงินที่ตอบสนองความต้องการของทั้งร้านค้า และลูกค้าของคุณ ต้องเลือก เรา”

ติดตามเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com


ตอนนี้มีหุ้นไทยบริษัทไหนบ้างที่เริ่มมาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

กระแสสินทรัพย์ดิจิทัลช่วงนี้มาแรงมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทใหญ่ๆ ในไทย กระแสมาถึงบริษัทจดทะเบียนไทยที่ขอ “มีเอี่ยว” กับกระแสนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกเหรียญ เพื่อการระดมทุน หรืออะไรก็ตามแต่ ที่มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป เรามาดูกันว่าตอนนี้มีบริษัทไหนบ้างที่ขอเกาะกระแสคริปโตเคอร์เรนซีนี้

ตอนนี้มีหุ้นไทยบริษัทไหนบ้างที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี

  1. JMART
    เหรียญโทเคน JFin Coin ถือเป็นการ ICO ตัวแรกที่ทำให้นักลงทุนไทยรู้จักกันในวงกว้าง โดยจุดประสงค์ของการออกเหรียญ คือ นำไปพัฒนาระบบ Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) หรือการให้คนกู้เงิน “ดิจิทัล” ผ่านมือถือ

เห็นได้ชัดว่าสกุลเงินดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้นี้ เริ่มเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันมากขึ้น ด้วยเพราะเทคโนโลยีต่างๆ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้และปรับตัวไปกับมัน

หากคุณต้องการเพิ่มช่องทางการจ่ายเงินด้วยคริปโตฯ สามารถทำได้ง่ายๆ ที่ ClassePay

ติดตามเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com


รู้หรือไม่ว่าตอนนี้เราสามารถซื้อหุ้นต่างประเทศด้วยสกุลเงินดิจิทัลได้แล้ว

ล่าสุดหลายๆ คนคงเริ่มได้ยินมาว่าสามารถซื้อหุ้น Tesla บน Binance ได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนมากจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหม่ แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วความสะดวกสบายนี้เริ่มเกิดขึ้นมาซักพักแล้ว ซึ่งมีหลายเว็บไซต์ที่เปิดให้คุณสามารถซื้อหุ้นได้ด้วยคริปโทฯ ไม่ใช่เพียงผ่าน Binance และเช่นเดียวกันหุ้นอีกหลายตัวที่คุณสามารถซื้อได้ไม่ใช่เพียง Tesla เท่านั้น

จากที่เราเคยกล่าวกันมาตลอดว่าระบบ ‘บล็อกเชน’ (Blockchain) นั้นจะมาเป็นตัวที่ปฏิวัติวงการการเงินและการลงทุน แต่การเกิดขึ้นของ Stock Token อาจต้องพูดเสียใหม่ว่ากลายเป็นสะพานที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนสายหุ้นให้หันมาสู่วงการของสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ที่สำคัญ การเข้าตลาดหุ้นของ คอยน์เบสและราคาหุ้นนั้นเป็นการสะท้อนการเติบโตของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในสายตาของการลงทุนยุคเก่าอย่างหุ้นอีกด้วย

ต้องอธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง ‘โทเคน’ (Token) และ ‘เหรียญ’ (Coin) ก่อนว่าทั้งสองอย่างนี้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร โดยเหรียญนั้นจะถูกสร้างขึ้นโดยมีระบบบล็อกเชนเป็นของตัวเองอย่างเช่น บิตคอยน์ (Bitcoin) หรืออีเธอเรียม (Ethereum) แต่ในส่วนของโทเคนนั้น ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ระบบบล็อกเชนของผู้อื่นยกตัวอย่างเช่น Shushi Swap ที่เป็นโปรเจคที่ถูกรันบนบล็อกเชนของอีเธอเรียม การจะใช้บริการแพลตฟอร์ม Shushi จำเป็นที่จะต้องใช้เหรียญ Shushi ในการจ่ายค่าบริการ…


การพนันและการลงทุนเป็นสิ่งที่แตกต่างกันมาก การลงทุนได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่งคั่งในชีวิตของคุณ แต่การพนันนั้นไม่ใช่

เมื่อพูดถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่หรือแม้กระทั่งตลาดหุ้น จะมีเส้นแบ่งระหว่างการพนันและการลงทุนอยู่ ซึ่งบางครั้งก็ยากที่จะแยกทั้งสองอย่างออกจากกัน ทั้งสองกลยุทธ์มีเป้าหมายเหมือนกันคือการพยายามทำเงินในตลาด แต่ความแตกต่างนั้นมีคลุมเครือมากจนบางครั้งไม่มีใครสังเกตเห็น

เล่นการพนันเมื่อไหร่และลงทุนเมื่อไหร่? อะไรคือความแตกต่าง?

โฟกัสที่ระยะยาวกับระยะสั้น

  • การลงทุน คือการอดทนและแสวงหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว ให้ความสำคัญกับเหรียญที่จะทำเงินและทำกำไรได้ดีที่สุดในระยะยาว ราคาขึ้นหรือลงไม่ว่าจะในตลาดโดยรวมก็สามารถเปลี่ยนกลยุทธ์ของนักลงทุนได้ เพราะนักลงทุนจะมองผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

เดิมพันตามเทรนด์ ไม่ใช่การลงทุน

กฎพื้นฐานที่สุดของการลงทุนคือการซื้อต่ำขายสูง หากคุณกำลังลงทุนคุณต้องมองหาตัวที่อยู่ในช่วงเวลาที่ตัวเหรียญเองหรือตลาดโดยรวมอยู่หรือใกล้จุดต่ำสุด

หากคุณกำลังเล่นการพนัน คุณอาจเน้นไปที่ตัวที่เป็นยอดนิยมของวันเป็นหลัก หรืออยู่ในกระแสขณะนั้น คุณกำลังซื้อจากเทรนด์ปัจจุบันและเดิมพันว่าเทรนด์นั้นจะดำเนินต่อไปในทิศทางขาขึ้นนานพอที่คุณจะสามารถทำเงินและกำไรต่อไปได้

ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณเป็นแบบนี้อยู่หรือไม่

นักลงทุน : รู้จักบริหารความเสี่ยงมองหลายแง่มุม มุมมองผู้ซื้อ มุมมองผู้ขาย ความต้องการของตลาด หรือ มุมที่เราไม่คาดคิดเพื่อดูความเสี่ยงในการลงทุนครั้งนี้ว่า “คุ้มค่าหรือไม่”

นักพนัน : มักใช้ต้นทุนที่ต่ำและหวังผลตอบแทนสูง โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงในการลงทุนเช่น อัตรา 50/50

นักลงทุน : ศึกษาและมีข้อมูลหลายๆด้าน ทั้งด้านการตลาด การเงิน เศรษฐกิจ ฯลฯ เพื่อวางแผนในการลงทุน

นักพนัน : ใช้การเสี่ยงดวงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุน มากกว่าการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

นักลงทุน : วิเคราะห์การลงทุนในครั้งนั้นว่าจะมีความมั่นคง หรือ สำเร็จในการซื้อขายและคุ้มค่าหรือไม่ หากการลงทุนมีความเสี่ยงสูงเกินไป มักเกิดความไม่มั่นคงและไม่ได้รับผลตอบแทนในระยะยาว

นักพนัน : ลงทุนด้วยกำลังทรัพย์ที่เยอะโดยไม่คำนึงถึงฐานที่สร้าง

หากคุณสนใจที่จะลงทุนเพื่อได้ปันผลในระยะยาว คุณสามารถ Stake เหรียญ CAS ได้ที่ www.classepay.com

ติดตามเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com


รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในโลกที่สามารถขุด Bitcoin ได้เกิดขึ้นที่ประเทศแคนนาดา

Daymak Inc ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของแคนาดา ได้เปิดตัว EV ที่คล้ายกับยานอวกาศที่มีเทคโนโลยีการขุดคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) ที่ช่วยให้ยานพาหนะสามารถขุด Bitcoin และ Dogecoin ได้ในขณะที่จอด

เทคโนโลยี Daymak Nebula ทำให้ Daymak Spiritus เป็นรถยนต์คันแรกในประวัติศาสตร์ที่มีฮาร์ดแวร์การขุดและเทคโนโลยี cryptocurrency ที่ตั้งโปรแกรมไว้ในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ ปราศจากการปล่อยมลพิษพร้อมความสามารถในการชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ โครงสร้างพื้นฐานของเนบิวลาได้เปลี่ยนยานพาหนะ Spiritus ของ Daymak ให้เป็นโหนดขุดคริปโทฯ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ในวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีบล็อคเชน

ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการขุดเรียกว่า Daymak Nebula ซึ่งช่วยให้ยานพาหนะทำเงินให้กับเจ้าของได้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน ในทางทฤษฎีแล้วจะทำให้ผู้ขับขี่สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น เและสามารถนำรายได้ส่วนนี้ไปใช้จ่ายในการชาร์จ, ค่าทางด่วน หรือแม้กระทั่งอาจครอบคลุมไปจนถึงค่าผ่อนรถเลยก็ได้

ซึ่งตอนนี้รถยังอยู่ในขั้นของการจำลองเท่านั้น และ Avvenire Series จะพร้อมเปิดตัวให้ใช้งานในปี 2023

“รถ Spiritus เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชีวิตมากขึ้น และเรามุ่งมั่นที่จะนำลูกค้าของเราไปข้างหน้า เราจินตนาการถึงอนาคตที่ค่าทางด่วน ที่จอดรถ และการสั่งซื้อแบบ Drive Thru ของคุณจะถูกชำระโดยตรงทันทีด้วยสกุลเงินดิจิทัล การเรียกเก็บเงินออนไลน์และการธนาคารของคุณสามารถจัดการได้ผ่านแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เดียวกันที่ชำระเป็นสกุลเงินดิจิทัล และในขณะที่ยานพาหนะส่วนใหญ่มีค่าเสื่อมราคาขณะนั่งอยู่ในโรงรถของคุณ คนขุดแร่เนบิวลาจะทำเงินให้คุณได้ในขณะที่ Spiritus ของคุณจอดอยู่ แอปพลิเคชันที่มีศักยภาพนั้นไร้ขีดจำกัด” Aldo Baiocchi ประธาน Daymak กล่าว

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แสดงให้เราเห็นว่าสกุลเงินดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ในหลายๆ ธุรกิจเริ่มปรับตัวและพัฒนาเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนหรือคริปโทฯ เข้ามาใส่ในธุรกิจของตัวเองกันเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคลอดกับไลฟ์สไตล์ของคนในโลกยุคปัจจุบัน

ที่มา: coinmarketcap.com


สกุลเงินดิจิทัลกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน มาดูกันว่าเราสามารถสร้างรายได้จากคริปโทฯ ได้จากช่องทางไหนบ้าง

คริปโต เป็นสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนและหาผลกำไรได้ในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะ Active หรือ Passive Income เราลองมาดูกันว่าวิธีการสร้างรายได้จากคริปโทเคอเรนซี่จะมีอะไรกันบ้าง

1. ซื้อและถือมันซะ

ซื้อถูกขายแพงนั้นเป็นหลักการที่สามารถใช้ในการลงทุนในทุกๆ แบบ ด้วยการที่คุณซื้อสินทรัพย์ใดๆ สำหรับการลงทุน และถือมันจนกว่ามันจะมีมูลค่าที่จนคุณจะพอใจและขายมันเพื่อทำกำไรในตลาด ซึ่งมันก็เป็นแนวคิดเดียวกันกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล แต่คำถามคือผลตอบแทนต้องมากแค่ไหนคุณถึงจะพอใจ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลจะรับได้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณชอบวิธีนี้คุณก็แค่ซื้อและถือไว้จนกว่าคุณจะพอใจในผลตอบแทนและขายมันซะ

2. กินปันผล

มี Cryptocurrency (คริปโทเคอร์เรนซี) บางชนิดที่คุณสามารถได้ปันผลด้วยการถือมันเป็นเวลาหนึ่ง ซึ่งมันเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัยโดยวิธีนี้ถูกเรียกว่า Staking ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการถือ Cryptocurrency ไว้ใน Wallet หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลของคุณในระยะเวลาหนึ่งคุณก็จะได้ปันผล คล้ายๆ กับการที่คุณได้เงินปันผลจากหุ้น เช่น การ Stake เหรียญ Classe (CAS) บนแอปฯ ClassePay เป็นต้น

3. Arbitrage (อาร์บิทราจ)


ล่าสุดทุกคนคงรู้ความหมายของ NFT กันแล้วว่าคืออะไร วันนี้มาดูวิธีการลงขาย NFT กันบ้างดีกว่า

ศิลปินหลายคนกำลังทำเงินได้มหาศาลจากการขายภาพดิจิทัลผ่านทางคริปโตอาร์ต (cryptoart) ซึ่งศิลปินบางคนกล่าวว่าเป็น “วงการที่ไม่ธรรมดาและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว”

เริ่มด้วยขั้นตอนแรก คือ

1. เปิดกระเป๋า Crypto Wallet ของ MetaMask และเปิดบัญชีกับ Exchange เช่น Binance ฯลฯ จากนั้น ซื้อ และเติมเงิน Crypto สกุล Ethereum (ETH) ประมาณ 0.01–0.02 eth เข้าไปในกระเป๋า Wallet MetaMask

2. เตรียมงานที่ต้องการจะนำมาแปลงเป็น NFT โดยหากเป็นไฟล์ที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลอยู่แล้ว เช่น PNG, GIF, WEBP, MP4 ก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย แต่หากเป็นงานศิลปะที่วาดอยู่บนกระดาษ เฟรมผ้าใบ หรือวัสดุอื่น ก็สามารถใช้การสแกน หรือถ่ายรูป เพื่อให้งานนั้นกลายมาอยู่ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล เช่น JPEG ได้

3. เข้าไปที่เว็บไซต์ OpenSea หรือ Rarible จริง ๆ มีหลายเว็บฯ หลาย Market Place แต่วันนี้ขอยกตัวอย่างจากเว็บฯที่ชื่อ Rarible

5. เมื่อเข้าเว็บฯ ให้กด “Connect Wallet” เพื่อเชื่อมกระเป๋า (หากไม่มีกระเป๋า MetaMask จะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนนี้ได้) ในกรณีที่ต้องการเป็น “ผู้ขาย” ให้กดปุ่มสร้างงาน หรือ ‘Create’ ที่มุมบนด้านขวา

6. …


NFT กับความนิยมใหม่ในโลกดิจิทัล

คุณเคยได้ยินชื่อ Bitcoin ใช่ไหม? นั่นคือสกุลเงินดิจิทัลหรือ cryptocurrency และมีมานานหลายปีแล้ว ตอนนี้โลกของคริปโทฯได้แตกแขนงออกไปเป็นงานศิลปะและเรียกสิ่งที่สร้างขึ้นว่าโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้หรือ NFT นั่นเอง

“มันเป็นของสะสมที่แปลงเป็นดิจิทัล” กล่าวคือ NFT คือของสะสมดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของการสะสมงานศิลปะและอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต

ศักยภาพของ NFT

เปิดกระเป๋าสตางค์ = สกุลเงินทางสังคม

ตลาด NFT มีศักยภาพที่จะเป็น Instagram, Facebook ซึ่งเป็นยุคใหม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ในตลาด NFT คุณสามารถเรียกดูการซื้อขายแลกเปลี่ยน และสามารถดูสิ่งที่คนอื่นซื้อหรือกำลังสะสมซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสนใจและตัวตนของแต่ละคนได้

ศิลปินและผู้สร้างสรรค์

NFT ช่วยให้ศิลปิน หรือเจ้าของของสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ สามารถทำกำไรได้ทุกครั้งที่มีการซื้อขายโทเค็น คุณสามารถสนับสนุนศิลปินและผลงานของเขาได้โดยตรง

NFT เปิดโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า เป็นอีกเทรนด์ที่เปิดประตูใหม่สำหรับการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีที่แบรนด์มีส่วนร่วมกับลูกค้า ทำให้เจ้าของแบรนด์สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าตัวเองได้

ในอนาคตเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล Digital Age อย่างเต็มตัว ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจขึ้นมาใหม่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสามารถสร้างผลกระทบต่อมูลค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่เดิม เช่น การซื้อของออนไลน์ การดูหนังออนไลน์ การบริการ หรือแม้กระทั่งสกุลเงินดิจิทัลก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ด้วยความสะดวกสบายแถมยังรวดเร็วและมีค่าบริการที่ถูกกว่า คนจึงหันมาให้ความสนใจมากกว่ารูปแบบออฟไลน์เดิมๆ

ติดตามเราได้ที่
-Facebook : http://bit.ly/classefb
-Blog: https://classepay.com/blog
-Classepay Community : http://bit.ly/classepaygroup
-Instagram : https://bit.ly/36SNImf
-Twitter : http://bit.ly/classetw
-Youtube : http://bit.ly/classeyt
-Telegram : https://t.me/classepaycommunity
-Website : https://classepay.com

Classe Group

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store